โครงการสานฝันจากรุ่นสู่รุ่น 1/65
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ตัวบท + ฎีกา กฎหมายอาญา มาตรา 209-287,367-398 (ค่ำ) อ.เดชา หงส์ทอง W3 วันอังคารท  (อ่าน 8518 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
taxth
VIP
คนชั่งพูด ชั่งจา
*

คะแนนทำดี29
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 74
กระทู้: 234


« เมื่อ: 11 มิ.ย. 10, 17:49:24 น. »

ตัวบท + ฎีกา กฎหมายอาญา มาตรา 209-287,367-398 (ค่ำ) อ.เดชา หงส์ทอง W3 วันอังคารที่ ๘ มิ.ย. ๕๓

มาตรา ๒๑๗  ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
มาตรา ๒๒๐  ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๑๘ ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๘
มาตรา ๒๒๕  ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้โดยประมาท และเป็นเหตุให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย หรือการกระทำโดยประมาทนั้นน่าจะเป็นอันตรายแก่ชีวิตของบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
66-67/2471
ข. จำเลยเป็นพลทหารประจำการกับ ส. จำเลยได้เข้าหุ้นกันค้าขายเป็นเจ้าของร้านนภาเสฐียร จำเลยได้ประกันไฟไว้กับบริษัท อ. เป็นเงิน  ๓๐๐๐๐  บาท ก่อนเกิดเหตุ ๗ - ๘ วันมีพยานเห็น จำเลยประชุมกันบนตึกชั้นบนทุกวัน จนถึงวันเกิดเหตุ แล จ. จำเลยเป็นคนห้ามไม่ให้ใครขึ้นไป ครั้นในวันเกิดเหตุปรากฏว่ามีธูปจุดไฟปักอยู่บนห่อดินปืน แลมีน้ำมันเบนซินเทลาดบนพื้นแลใส่ปีบวางรายไว้ทั้งชั้นล่างแลชั้นบน แลอยู่ในตุ่มสามโคกก็มีตัวจำเลยไม่อยู่ในตึก ใส่กุญแจเปิดไฟแลพัดลมไว้ดังนี้
ฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ว่าจำเลยพยายามวางเพลิง แลพยายามฉ้อโกง ให้ลงโทษ ข. จำเลย  ๗ ปี แลเพิ่มอีกกึ่งหนึ่งตามประมวลอาญาทหารมาตรา ๕๐ ส. จำเลย ๗ ปี แล จ. จำเลย ๕ ปี

446/2486
จุดไฟโยนขึ้นไปบนหลังคาเรือนเจ้าทรัพย์ในขณะที่เจ้าทรัพย์กับพวกนั่งอยู่ที่ระเบียงเรือนและภรรยาเจ้าทรัพย์อยู่ไนห้องเรือนเช่นนี้ถือว่าใกล้ต่อภยันตรายได้บุคคลเป็นความผิดตาม ม. 186

522/2475 คดีนี้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้สมคบกันวางเพลิงเผารั้วบ้านโจทก์จริง ตามข้อหาดังนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยวางเพลิงเผารั้วบ้านโจทก์นั้น ไม่เข้าลักษณะแห่งความผิดตาม ม. ๑๘๖ เพราะรั้วบ้านเป็นแต่ขอบเขตที่อาศัยเท่านั้น จำเลยมีผิด ตาม ม. ๑๘๕
6666/2542 จำเลยมีเจตนาจะทำลายรั้วไม้ไผ่ที่ปักติดเป็นแผงของผู้เสียหายโดยนำไปเผาให้ใช้การไม่ได้เท่านั้น  การที่จำเลยดึงรั้วไม้ไผ่ของผู้เสียหายจำนวน 2 แผง แล้วนำไปเผาทำลายใกล้บริเวณรั้วนั้น จำเลยจึงมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ตาม ป.อ.มาตรา 358 เพียงบทเดียว มิใช่กระทำผิดหลายบท การเผาแผงไม้ไผ่เป็นการทำลายทรัพย์ของผู้เสียหายให้เสียหาย มิใช่จำเลยวางเพลิงเผารั้วบ้านของผู้เสียหายในขณะที่มีสภาพเป็นรั้วบ้านกั้นขอบเขตเป็นที่อยู่อาศัย จึงไม่เป็นความผิดตาม ป.อ.มาตรา 217 อีกกระทงหนึ่ง
3643/2526  บทบัญญัติตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 เป็นเหตุฉกรรจ์ของมาตรา 217 โดยให้ผู้กระทำความผิดต่อทรัพย์ที่ระบุไว้ใน มาตรา 218(1) ถึง (6) ต้องได้รับโทษหนักขึ้น  แต่การกระทำที่จะเป็นความผิดตาม มาตรา 217 จะต้องเป็นการวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น  เมื่อบ้านที่ถูกเพลิงไม้เป็นบ้านที่จำเลยเป็นเจ้าของร่วมกับ ร. สามีจำเลยซึ่งมิได้จดทะเบียนสมรสกัน  แม้จะฟังว่าจำเลยเป็นผู้วางเพลิง  จำเลยก็ไม่มีความผิดตาม มาตรา 218 เพราะเมื่อมาตรา 217 บัญญัติว่าการวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นเป็นความผิด จะตีความคำว่า "ทรัพย์ของผู้อื่น" ให้รวมถึงทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยหาได้ไม่เป็นการขัดต่อหลักกฎหมายใน มาตรา 2

5710/2541  จำเลยซึ่งเป็นผู้จุดไฟจนเกิดไฟไหม้บ้านเป็นเจ้าของ บ้านเกิดเหตุรวมอยู่ด้วยและเนื่องจากบทบัญญัติมาตรา 218 แห่งประมวลกฎหมายอาญา เป็นเหตุฉกรรจ์ของมาตรา 217 โดย มาตรา 218 บัญญัติให้ผู้กระทำความผิดต่อทรัพย์ที่ระบุไว้ ในมาตรา 218(1) ถึง (6) ต้องได้รับโทษหนักขึ้น ดังนั้น การกระทำอันมิได้เป็นความผิดตามมาตรา 217 แม้กระทำต่อ ทรัพย์ที่ระบุในมาตรา 218 ผู้กระทำย่อมไม่มีความผิดเช่นกัน เมื่อมาตรา 217 บัญญัติไว้แต่เพียงว่า การวางเพลิงเผาทรัพย์ ของผู้อื่นเป็นความผิดโดยไม่มีข้อความว่า "หรือผู้อื่น เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย" ก็เป็นความผิดแล้ว จึงต้อง ตีความคำว่า "ทรัพย์ของผู้อื่น" โดยเคร่งครัด เพราะเป็น การตีความบทกฎหมายที่มีโทษทางอาญา มิอาจตีความขยายความ ออกไปให้รวมถึงทรัพย์ที่ผู้อื่นมีส่วนเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย เพื่อให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยหรือผู้ต้องหาได้ ฉะนั้น เมื่อจำเลยเป็นเจ้าของบ้านเกิดเหตุรวมอยู่ด้วย การกระทำของ จำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามมาตรา 217 และย่อมไม่เป็นความผิดตามมาตรา 218(1) เช่นเดียวกัน   การที่โจทก์ฎีกาว่าหากศาลฎีกาฟังว่าจำเลยไม่มีความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218(1) ก็เป็นความผิดตาม มาตรา 220 วรรคสอง แต่เมื่อพิจารณาความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 220 แล้ว กรณีจะต้องเป็นการกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใด ๆ แม้เป็นของผู้กระทำเองจนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่นซึ่งโจทก์มิได้กล่าวมาในฟ้อง  จึงต้องห้ามมิให้พิพากษาลงโทษตามบทบัญญัติดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 192 วรรคหนึ่ง

มาตรา ๒๑๘  ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ดังต่อไปนี้                                                                                                                                                                                                                                                 
(๑) โรงเรือน เรือ หรือแพที่คนอยู่อาศัย
(๒) โรงเรือน เรือ หรือแพอันเป็นที่เก็บหรือที่ทำสินค้า
(๓) โรงมหรสพหรือสถานที่ประชุม
(๔) โรงเรือนอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน เป็นสาธารณสถาน หรือเป็นที่สำหรับประกอบพิธีกรรมตามศาสนา
(๕) สถานีรถไฟ ท่าอากาศยาน หรือที่จอดรถหรือเรือสาธารณะ
(๖) เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ อันมีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป อากาศยาน หรือรถไฟที่ใช้ในการขนส่งสาธารณะ
ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี
5544/2531
การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาทรัพย์นั้นไม่หมายความเพียงว่าเอาเพลิงไปวางเท่านั้น หากต้องเป็นการเผาทำให้เกิดเพลิงไหม้ทรัพย์นั้นติดไฟขึ้นด้วย เพียงแต่ทรัพย์มีรอยเกรียม ดำแต่ยังไม่ไหม้ไฟ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จ คงเป็นความผิดฐานพยายามเท่านั้น   การที่จำเลยโกรธผู้เสียหายเนื่องจากถูกผู้เสียหายทำร้ายต่อหน้าบุคคลอื่น จึงบุกรุกเข้าไปในบ้านผู้เสียหาย โดยมีน้ำมันเบนซิน ไม้ขีดไฟและมีดโต้ติดตัวไปด้วย แล้วใช้มีดฟันประตูครัวราดน้ำมันเบนซินใส่และจุดไฟเผาจากนั้นวิ่งขึ้นชั้นบนราดน้ำมันเบนซินใส่พื้นบ้านจุดไม้ขีดไฟเผาอีกแล้วจำเลยวิ่งลงมาใช้มีดโต้ฟันทรัพย์สินอื่น ๆ ในบ้านแตกเสียหาย ถือได้ว่าเป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาอันแท้จริงที่จะทำลายทรัพย์สินของผู้เสียหายในคราวเดียวกัน แม้จำเลยจะวางเพลิงและใช้มีดโต้ฟันทำลายทรัพย์สินด้วยก็เป็นเพียงแต่การใช้วิธีการที่แตกต่างกันเท่านั้น การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียว
2829/2532
การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนนั้นไม่หมายความเพียงว่าเอาเพลิงไปวางเท่านั้น หากต้องเป็นการเผาทำให้เกิดเพลิงไหม้โรงเรือนนั้นลุก ติดไฟขึ้นด้วย  เพียงแต่ฝาผนังบ้านอันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนมีรอยเขม่า ดำแต่ยังไม่ไหม้ไฟ ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จ  แม้จะมีทรัพย์สินอื่นหลายรายการ เช่นเครื่องเรือนถูกไฟลุกไหม้ไป ก็ถือไม่ได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือน ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ถูกไฟไหม้ไปด้วยการกระทำของจำเลยเป็นเพียงความผิดฐานพยายามวางเพลิงเผาโรงเรือนเท่านั้น

6984/2549  ส่วนของโรงเรือนที่ปรากฏร่องรอยไฟไหม้เป็นเพียงรอยเขม่าดำติดอยู่ที่ส่วนล่างของผนังสังกะสีเพียง 2 แผ่นเท่านั้น  แม้จะได้ความว่ามีการจุดไฟจาการวางเพลิงขึ้นแล้วก็ตาม  แต่การกระทำที่จะเป็นความผิดสำเร็จฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นโรงเรือนนั้น  มิได้หมายความว่ามีเพลิงเกิดขึ้นจาการวางเท่านั้น  หากแต่เพลิงนั้นต้องเผาจนโรงเรือนลุกติดไฟขึ้นด้วย เพียงแต่ฝาผนังอันเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนที่เกิดเหตุมีรอยเขม่าดำแต่ยังไม่ไหม้ไฟ  ยังถือไม่ได้ว่าเป็นความผิดสำเร็จ  และแม้ว่าจะมีร่องรอยของเสื่อน้ำมันที่ปูพื้นถูกไฟไหม้ด้วยเล็กน้อย  แต่เสื่อน้ำมันดังกล่าวเป็นเพียงทรัพย์สินที่อยู่ในโรงเรือน  ถือไม่ได้ว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรือนซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยได้ถูกไฟไหม้ไปด้วย  อันจะทำให้เป็นความผิดสำเร็จ  จึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามวางเพลิงเผาโรงเรือนเท่านั้น

1412/2504  จำเลยวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่นมีผู้เข้าไปช่วยดับเพลิงแล้วถูกไฟลวกถึงแก่ความตาย การเข้าไปช่วยดับเพลิงเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายเอง หาใช่การวางเพลิงของจำเลยเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายไม่ จำเลยจึงไม่ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 224
ห้องที่จำเลยวางเพลิงเป็นตึกแถว จำเลยเช่าเปิดเป็นร้านขายยาและตรวจรักษาโรคในตอนกลางวัน ส่วนในตอนกลางคืนจำเลยกับครอบครัวไปนอนที่อื่น ไม่มีคนอยู่อาศัยในห้องนั้น แต่มีห้องติดกันซึ่งเป็นตึกแถวเดียวกันมีคนเช่าอยู่อาศัยหลับนอน ดังนี้ ตึกแถวที่จำเลยวางเพลิงย่อมเป็นตึกแถวที่มีคนอยู่อาศัย จำเลยย่อมมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 (1)
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 27/2504)
605/2521  ห้องแถว 2 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านขายของ ชั้นบนเป็นห้องนอนถือได้ว่าใช้อยู่อาศัยทั้งชั้นบนชั้นล่าง จำเลยขว้างระเบิดทำให้ฝาบ้าน ประตูบ้าน กระจกช่องลมชั้นล่างเสียหาย เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา  มาตรา222,218
114/2531 การที่จำเลยจุดไฟเผาที่นอนในห้องของโรงน้ำชาเพราะไม่พอใจหญิงบริการของโรงน้ำชานั้น จำเลยย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าเมื่อที่นอนถูกเผาไหม้แล้วไฟอาจจะลุกลามไหม้เตียงนอน ฝาผนัง เพดาน จนกระทั่งโรงน้ำชาแห่งนั้นทั้งหมดได้ เมื่อได้ความว่าโรงน้ำชานั้นมีคนอยู่อาศัยด้วย จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนที่คนอยู่อาศัยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 218 (1)
115/2542  เมื่อเกิดเพลิงไหม้แล้วมีจำเลยคนเดียวเท่านั้นที่เดินออกมาจากที่เกิดเหตุเพลิงไหม้โดยที่เกิดเหตุ มีเศษผ้าที่มีกลิ่นน้ำมันเหลือเป็นเศษให้เห็นอยู่ และจากการ จุดไฟวางเพลิงนี้เองทำให้ไฟไหม้ข้อเท้าทั้งสองข้างของจำเลย บาดแผลที่เกิดจากไฟไหม้จึงปรากฏให้เห็นเป็นรอยแผลสดอยู่ โดยในวันรุ่งขึ้นจำเลยได้ไปทำการรักษาบาดแผลนี้ จึงมิใช่ เป็นเหตุบังเอิญที่จำเลยถูกน้ำร้อนลวกในคืนเกิดเหตุ แล้ววันรุ่งขึ้นจึงได้ไปทำการรักษาดังที่จำเลยอ้าง และที่จำเลยวางเพลิงรถของผู้เสียหายก็เพราะจำเลยโกรธ ที่ผู้เสียหายกีดกันไม่ให้จำเลยคืนดีกับพี่สาวของผู้เสียหาย นั่นเอง ฉะนั้น เมื่อรถที่จำเลยวางเพลิงอยู่ในโรงเก็บรถ ซึ่งอยู่ติดกับอาคารซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของภัตตาคารและเป็น อาคารที่อยู่อาศัยของผู้เสียหายกับพวกแล้ว จำเลยย่อม เล็งเห็นว่าเพลิงนั้นย่อมลุกลามไปเผาผลาญอาคาร ที่ตั้งภัตตาคารและที่ผู้เสียหายกับพวกอยู่อาศัยนั้นด้วย พยานหลักฐานที่โจทก์นำสืบรับฟังได้แจ้งชัดว่าจำเลย เป็นผู้วางเพลิงรถของผู้เสียหายและพยายามวางเพลิงอาคาร ที่ผู้เสียหายกับพวกอยู่อาศัย
5058/2531 จำเลยป่วยเป็นโรคจิตชนิดจิตเภทเรื้อรัง วันเกิดเหตุ โจทก์ร่วมนอนเล่นอยู่บนบ้าน จำเลยไปที่ใต้ถุนบ้านโจทก์ร่วมและพูดคนเดียวโดยไม่มีใครรู้สาเหตุว่า คนแก่อะไร พูดไม่เป็นคำพูด โจทก์ร่วมได้ยินเสียงจำเลยจึงลุกไปที่ประตูถามจำเลยว่าพูดว่าอะไร จำเลยตอบว่าไม่ให้โจทก์ร่วมสนใจและอย่าใช้เสียงดังมิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย แล้วจำเลยเดินไปใช้ไม้ขีดไฟจุดเผาหลังคายุ้งข้าวของโจทก์ร่วม พฤติการณ์เช่นนี้ไม่อาจรับฟังได้ว่าสาเหตุคดีนี้เกิดขึ้นเพราะโจทก์ร่วมได้ว่ากล่าวจำเลยจนเป็นเหตุให้จำเลยโกรธแค้นขึ้นมาอย่างฉับพลัน การกระทำของจำเลยเป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าบุคคลผู้มีจิตเป็นปกติจะกระทำเช่นนั้นได้ จำเลยมีอาการทางประสาทมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุคดีนี้ คือชอบนั่งคอตก ไม่พูดกับใคร ทำงานไม่ได้ ไล่ชกต่อมารดาและเคยจะฟันพี่ชาย พูดด้วยไม่รู้เรื่อง บางครั้งต้องใช้โซ่ล่ามไว้    พฤติการณ์เช่นนี้ ฟังได้ว่าจำเลยกระทำความผิดในขณะที่มีจิตบกพร่อง หรือเป็นโรคจิตแต่ยังสามารถรู้ผิดชอบหรือยังสามารถบังคับตนเองได้บ้างตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 วรรคสอง

มาตรา ๒๑๙  ผู้ใดตระเตรียมเพื่อกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา ๒๑๗ หรือมาตรา ๒๑๘ ต้องระวางโทษเช่นเดียวกับพยายามกระทำความผิดนั้นๆ

204/2475 จำเลยเอาน้ำมันเบนซินราดบนเครื่องใช้ในห้องจนเปียกโชก โดยเจตนาจะวางเพลิง  แต่จำเลยทำการไม่สำเร็จ โดยมีชาวบ้านใกล้เคียงได้กลิ่นน้ำมันแรงจัดจึงร้องเอะอะขึ้น แลได้พังประตูห้อง จำเลยพบกระป๋องน้ำมันเบนซิน แลจำเลยนอนนิ่งอยู่ทั้งพบไม้ขีดไฟในกะเป๋าเสื้อที่แขวนอยู่ในห้องชั้นล่าง
ศาลฎีกาตัดสินว่า จำเลยมีผิดฐานพยายามวางเพลิงตามมาตรา ๑๘๖-๖๐
6737/2548  จำเลยนำถุงพลาสติกบรรจุน้ำมันเบนซินไปวางบนแคร่หน้าบ้านผู้เสียหายที่ 2 จากนั้นจำเลยก็บุกรุกเข้าบ้านผู้เสียหายที่ 1 และทำร้ายร่างกายผู้เสียหายที่ 1 แล้วรีบหลบหนีออกจากบ้านผู้เสียหายที่ 1 ไปโดยไม่ได้สนใจถุงน้ำมันเบนซินดังกล่าวอีก แม้ขณะทำร้ายผู้เสียหายที่ 1 จำเลยจะกล่าวขึ้นว่า "โกหกกู จะฆ่าและเผาให้หมด" แต่จำเลยก็มิได้แสดงอาการจะฆ่าผู้เสียหายที่ 1 ทั้ง ๆ ที่ผู้เสียหายที่ 1 เป็นผู้หญิงอยู่คนเดียว ซึ่งจำเลยอาจกระทำการฆ่าได้โดยง่าย และทั้งจำเลยก็มิได้กลับไปเปิดถุงพลาสติกเอาน้ำมันเบนซินราดหน้าบ้านผู้เสียหายที่ 2 เพื่อจุดไฟเผาดังพูด พฤติการณ์ชี้ให้เห็นว่าจำเลยหาได้มีเจตนาจะกระทำการฆ่าหรือเผาตามที่กล่าวขึ้นไม่ การกระทำของจำเลยจึงยังไม่เป็นความผิดฐานตระเตรียมเพื่อวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น

มาตรา ๒๒๐  ผู้ใดกระทำให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ แม้เป็นของตนเอง จนน่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่นหรือทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นสี่พันบาท
ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในวรรคแรก เป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๒๑๘ ผู้กระทำต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑๘

1048/2494  จำเลยจุดไฟเผาเรียวไผ่ที่โคนกอไผ่ขณะที่ลมกำลังแรงและที่ตรงนั้นก็มีป่าไผ่ติดต่อกันอยู่เป็นพืดตั้ง 20 กอ แห้งบ้าง สดบ้าง และใกล้ ๆ นั้นก็มีบ้านเรือนของราษฎรอยู่กันหลายหลัง จึงเป็นเรื่องที่น่ากลัวจะเป็นอันตรายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น มีผู้ห้ามจำเลยจำเลยก็ไม่เชื่อฟังขืนจุดจนได้ จึงเป็นเหตุให้ไฟไหม้กอไผ่ขึ้น แล้วลูกไฟปลิวตกไหม้บ้านเรือนผู้เสียหายหมด ดังนี้ ความผิดของจำเลยเลยต้องด้วย ก.ม.อาญามาตรา 187-186  ไม่ใช่เรื่องทำให้ไฟไหม้โดยประมาทตาม ม.201 (1)
703/2500  จำเลยจุดไฟเผากิ่งไม้แห้งในไร่ของจำเลยและไฟได้ลุกลามไปไหม้ทรัพย์ของผู้เสียหาย ทั้งยังน่ากลัวจะไหม้โรงข้าวของผู้เสียหายอีกด้วย ความผิดของจำเลยขณะทำผิดต้องด้วย ก.ม.ลักษณะอาญา ม.187 วรรค 2 ไฟที่จำเลยจุดเผาขึ้นได้ไหม้เอาต้นมะพร้าว อันเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายตามข้อ (5) แห่ง ม.186 ด้วย โทษที่ควรลงแก่จำเลยจึง ต้องเอาโทษที่กำหนดไว้ใน ม.186 เป็นเกณฑ์ แต่ขณะนี้ ก.ม.ลักษณะอาญาได้ถูกยกเลิกไปแล้ว ใช้ประมวล ก.ม.อาญาแทน การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตรงตาม ม.220 วรรคแรกแห่งประมวล ก.ม.อาญา แต่วรรค 2 ของมาตรานี้บัญญัติว่า ถ้าเป็นเหตุให้เกิดเพลิงไหม้แก่ทรัพย์ตามที่ระบุไว้ใน ม.218 ให้ลงโทษดังที่บัญญัติไว้ใน ม.218 แต่ใน ม.218 ข้อ 1 ถึง 6 มิได้บัญญัติไว้ถึงเรื่องวางเพลิงเผาต้นมะพร้าวอันเป็นอสังหาริมทรัพย์ไว้เลย ฉะนั้นจะลงโทษตามวรรค 2 ของ ม.220 ประมวล ก.ม.อาญาไม่ได้ คงลงโทษจำเลยตาม ม.220 วรรคแรกซึ่งมีอัตราโทษจำคุกเบากว่า ม.187 วรรคแรกของ ก.ม.ลักษณะอาญา ตาม ม.3 ประมวล ก.ม.อาญา.
311/2478 หาไม่พบ
1021/2500  จุดไฟเผาไม้ในสวนของตนซึ่งอยู่ติดต่อกับสวนของผู้อื่น เห็นได้ว่าเพลิงอาจลุกลามไปไหม้ส่วนผู้อื่นได้ ดังนี้ เป็นการเพียงพอที่จะฟังว่าทำไปโดยฐานประมาทตามกฎหมายลักษณะอาญา มาตรา 201
1361/2503  บรรยายฟ้องว่าจำเลยสมคบกันใช้ไฟจุดเผาป่าที่ดินของจำเลยเองแล้วไม่ระมัดระวังดูแลให้ดี ไฟได้ไหม้ลุกลามไปติดสวนของนางบุญ เป็นเหตุให้ต้นผลไม่ต่าง  ๆ ของนางบุญเสียหาย ดังนี้ ถึงแม้ในฟ้องไม่ได้ระบุว่า จำเลยกระทำโดยประมาท ก็พอเข้าใจได้ในตัวจำเลยกระทำโดยประมาท เป็นฟ้องที่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว
มาตรา ๒๒๓  ความผิดดังกล่าวในมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๐ มาตรา ๒๒๑ หรือมาตรา ๒๒๒ นั้น ถ้าทรัพย์ที่เป็นอันตราย หรือที่น่าจะเป็นอันตรายเป็นทรัพย์ที่มีราคาน้อย และการกระทำนั้นไม่น่าจะเป็นอันตรายแก่บุคคลอื่น ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๒๒๔  ถ้าการกระทำความผิดดังกล่าวในมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๑ หรือมาตรา ๒๒๒ เป็นเหตุให้บุคคลอื่นถึงแก่ความตาย ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต
ถ้าเป็นเหตุให้บุคคลอื่นรับอันตรายสาหัส ผู้กระทำต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงยี่สิบปี

บันทึกการเข้า

Grand_Thestar
คนชั่งพูด ชั่งจา
***

คะแนนทำดี5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 787
กระทู้: 152

เพื่อดาวดวงนั้น...ต้องสู้กันสุดใจ...


« ตอบ #1 เมื่อ: 11 มิ.ย. 10, 21:48:42 น. »

 Kiss Kiss
น้ำใจงามดีแท้
จบแล้วยังมาทำการบ้านให้น้องนุ่งอีก
ขอให้ขึ้นแท่น ไวๆน่ะค่ะ  Cry
บันทึกการเข้า

และจะทำให้โลกรับรู้ ฉันจะเป็นดาว
chanchai.s
คนพูดไม่ค่อยเก่ง
**

คะแนนทำดี1
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 122
กระทู้: 109


« ตอบ #2 เมื่อ: 18 มิ.ย. 10, 23:18:48 น. »

sia sia nee! Smiley
บันทึกการเข้า
Tumlaw
"ความฝัน"...มีไว้หายไปกลายเป็น "ความจริง"
คนชั่งพูด ชั่งจา
***

คะแนนทำดี4
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1293
กระทู้: 239

ไล่ล่า...หาความจริงที่จริงยิ่งกว่า...


« ตอบ #3 เมื่อ: 20 มิ.ย. 10, 08:26:55 น. »

ใจจ้า Kiss
บันทึกการเข้า
TEETEE617
คนพูดไม่ค่อยเก่ง
**

คะแนนทำดี0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 1866
กระทู้: 50


« ตอบ #4 เมื่อ: 21 มิ.ย. 10, 17:47:24 น. »

สมาชิกใจขอบใจ พี่ท่าน Angry
บันทึกการเข้า
sun237
(ชอบ)อยู่กับความจริง แต่(วิ่ง)แสวงหาสิ่งลวงตา
คนพูดไม่ค่อยเก่ง
**

คะแนนทำดี0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 3073
กระทู้: 52

คนเรา...มันก็เท่าเนี๊ย..มาแต่ตัว


« ตอบ #5 เมื่อ: 19 ก.ค. 10, 11:47:16 น. »

ขอบคุณครับ
บันทึกการเข้า
Emotion
ไร้พันธนาการ
VIP
คนพูดเก่ง
*

คะแนนทำดี9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 153
กระทู้: 493

สิ่งที่ยากที่สุดมันจะยากที่สุดเมื่อเราหยุดไขว่คว้า


« ตอบ #6 เมื่อ: 19 ก.ค. 10, 11:56:13 น. »

ขอบคุณคะ
 Kiss
บันทึกการเข้า
pindaeng
สมาชิกใหม่
*

คะแนนทำดี0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ID Number: 116
กระทู้: 19


« ตอบ #7 เมื่อ: 19 ก.ค. 10, 12:31:14 น. »

ขอบคุณครับ Smiley
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

เว็บไซต์นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแหล่งแบ่งปัน พูดคุย ถามตอบ และร่วมเรียนรู้กฎหมาย
สิทธิในการเห็นไฟล์เอกสารแนบต่างๆ ต้องสมัครสมาชิกก่อนครับ เรียนกฎหมาย | รู้กฎหมาย | เรียนเนติบัณฑิตไทย บอร์ดร่วมเรียนเนติบัณฑิตไทย เว็บไซต์เพื่อพูดคุยในการเรียนเนติบัณฑิตไทย
Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF